คนทั่วไป สามารถใช้อาหารสายยาง อาหารทางการแพทย์ได้หรือไม่

คนทั่วไป สามารถใช้อาหารสายยาง อาหารทางการแพทย์ได้หรือไม่ อาหารทางการแพทย์ คือ อาหารประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนาเพื่อนำมาบริโภคทางปากหรือการให้อาหารทางสายยาง สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้หรือผู้ป่วยที่หมดสติภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยอาหารเหล่านี้จะมีสัดส่วนของสารอาหารที่เหมาะสมและมีวิตามินแร่ธาตุครบถ้วน สามารถใช้แทนอาหารทั่วไปสำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้

ซึ่งอาหารทางการแพทย์นั้นจะใช้เฉพาะ ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคและมีการกำหนดสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับเพื่อไม่ให้น้อยหรือมากจนเกินไป อาหารทางการแพทย์แบ่งเป็นสองประเภทหลักๆ คืออาหารทางการแพทย์โดยทั่วไป และ อาหารทางการแพทย์โดยเฉพาะโรค ซึ่งจะเหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะโรคต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น

– โรคเบาหวาน
– โรคไตเรื้อรัง
– โรคมะเร็ง

แต่อาหารทางการแพทย์โดยทั่วไป จะมีสัดส่วนของสารอาหารคือคาร์โบไฮเดรต 40-60% ของพลังงานรวมโปรตีนประมาณ 15-25 ไขมัน 15-35 ซึ่งจะสอดคล้องกับคำแนะนำการบริโภคอาหารของคนทั่วไป นอกจากนี้อาหารทางการแพทย์จะมีการผสมวิตามินและแร่ธาตุอย่างครบถ้วนเมื่อผู้ป่วยรับประทานเข้าไปอาหารทางการแพทย์จะให้พลังงานวันละ 1000-1500 กิโลแคลอรีซึ่งจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

มีคนสงสัยว่า อาหารทางการแพทย์นั้น คนทั่วไปสามารถรับประทานได้หรือไม่ ต้องบอกก่อนว่าอาหารทางการแพทย์สามารถใช้เป็นอาหารหลักแทนอาหารในแต่ละมื้อได้สำหรับผู้ที่รับประทานอาหารไม่ได้ เช่น ผู้ป่วยอัมพาต รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมสารอาหารได้ โดยสามารถป้องกันการขาดสารอาหารด้วย ทั้งยังช่วยลดอาการแทรกซ้อนและอัตราการเสียชีวิตได้ เนื่องจากร่างกายถ้าขาดสารอาหารที่จำเป็น ก็จะส่งผลทำให้ทุกๆการลดลงไปด้วย สำหรับอาหารทางการแพทย์นั้น สามารถใช้เป็นอาหารเสริมเพื่อเพิ่มพลังงานให้แก่ผู้ที่รับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่มีปริมาณและพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งอาจจะมีอาการข้างเคียงคือ อาจจะทำให้ไม่เจริญอาหารเบื่ออาหารหรือรับประทานอาหารหลักได้น้อยลง ซึ่งแพทย์จะทำการพิจารณาให้ใช้อาหารทางการแพทย์เป็นอาหารเสริมเพื่อเพิ่มพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อทำให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้ง ยังสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยด้วย แต่อย่างไรก็ตามอาหารทางการแพทย์แม้จะมีข้อดีและประโยชน์มากมายแต่ก็ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน กล่าวคือทุกคนไม่สามารถใช้ได้ หากต้องการใช้อาหารทางการแพทย์ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างละเอียดเพื่อที่จะได้รับประทานอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย แต่หากเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วหรือรับประทานอาหารได้ตามปกติสามารถบดเคี้ยวอาหารได้ดีและรับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่เป็นประจำ มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาหารทางการแพทย์ก็ไม่ได้มีความจำเป็นเพราะการรับประทานอาหารจากธรรมชาติอาหารทั่วไปจะช่วยป้องกันการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆได้

อาหารทางการแพทย์ มีสารอาหารมากมายมีหลากหลายชนิด แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ก็มีใยอาหารที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งร่างกายของเราด้วยปกติต้องการมากกว่าวันละ 20 กรัม แต่ก็ยังมีข้อยกเว้น สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีที่บางครั้งต้องเร่งรีบในการทำงานและไม่มีเวลารับประทานอาหาร เพราะฉะนั้นการดื่มอาหารทางตามแพทย์เป็นการทดแทนเป็นอาหารบางมื้อนั้น ก็สามารถทำได้แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารและพลังงานทดแทน แต่ก็ควรเป็นทางเลือกที่ 2 รอง จากการรับประทานอาหารหลักปกติและเมื่อต้องใช้อาหารทางการแพทย์ ควรจะเลือกชนิดให้ถูกต้องเพราะร่างกายของแต่ละคนมีความการสารอาหารไม่เหมือนกันและอาหารทางการแพทย์แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ดังนั้น จึงไม่ควรซื้ออาหารทางการแพทย์มาใช้เอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายเช่น ร่างกายอาจจะไม่ได้รับสารอาหารที่สมดุล หากซื้ออาหารทางการแพทย์มารับประทานเอง อาจจะทำให้เกิดโทษได้แรงสองร่างกายได้ ดังนั้นเราสนับสนุนให้ทุกคนเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพื่อ